บทที่ 6 เริ่มต้นใหม่
“ขอบใจแกนะปราน แต่ที่ฉันกังวลคือบอสจะรับเหรอ ฉันเคยฉีกสัญญากับเขาเลยนะ”
“พี่นิคไม่คิดมากหรอก เจ๊ก็รักแกอย่างกับน้อง ถ้าพี่นิคไม่โอเคฉันจะให้เจ๊ปริมช่วยพูด เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล กังวลเรื่องแกจะได้เซ็นสัญญากับบริษัทก่อนที่บริษัทจะเปลี่ยนผู้บริหารมั้ยเถอะ ฉันไม่สนิทกับน้องชายพี่นิคคนนี้เลย” เพื่อนหนุ่มคนเดียวในกลุ่มบอกก่อนจะมีสีหน้าครุ่นคิด จากนั้นไม่นานจึงเอ่ยต่อ “เออ ระหว่างนี้แกก็มาช่วยฉันคุมงานก็แล้วกัน มีผลงานฉันจะได้พูดกับพี่นิคได้ง่ายขึ้น”
“โอเค ไม่มีปัญหา เริ่มงานพรุ่งนี้เลยก็ได้”
“เรื่องงานไม่น่ามีปัญหาแล้วนะ วนกลับมาเรื่องผัวอีกทีดิเคท ตกลงเลิกจริง เลิกขาดมั้ย” จีรชาแทรกถามหลังจากที่เห็นวี่แววว่าเรื่องงานคงไม่มีปัญหาอะไร
คำถามนี้พุ่งตรงจนคริษฐาแทบจะสำลักน้ำที่ยกขึ้นมาจิบแก้กระหาย หญิงสาวถอนใจก่อนจะยักไหล่ “ตอนนี้เลิก อนาคตอาจจะรีเทิร์น ตอบได้แค่นี้”
“แล้วตอนนี้แกกำลังทำอะไรอยู่ หางานทำ ทำตัวสวย คือจะเรียกร้องความสนใจ? หรือว่ามูฟออนจริงๆ จังๆ”
“ฉันหางานทำก็เพื่อหาเงินเพราะคีย์คงไม่ได้ส่งให้แล้ว ส่วนที่ทำตัวสวยเปลี่ยนลุคเนี่ยก็แค่...สวยให้คนเสียดายเล่น ขำๆ เท่านั้น”
“สวยให้คนเสียดายเล่น?” ไม่เพียงแค่จีรชาที่ไม่เข้าใจ ปวินและกรินยกรเองก็ถามขึ้นมาพร้อมเพรียงกันด้วยไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคริษฐากำลังทำอะไร
“พวกแกเคยได้ยินคำว่า สวยให้ผู้เสียดายเล่นมั้ย ฉันก็กำลังทำอยู่ ฉันจะสวย จะเท่ เสน่ห์แรงให้ไอ้คนที่มันกล้าขอหย่าฉันรู้สึกเสียดายและหึงจนเลือดขึ้นหน้าให้ได้”
“เฮียคีย์น่าจะมีเหตุผลของเขา เดี๋ยวจบเรื่องเขาก็มา แกจะมาสวยให้เขาเสียดายให้เขาหึงทำไมวะ ในเมื่อโน้ตก็น่าจะสื่ออยู่แล้วว่าเขาจะกลับมา” ปวินที่ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเพื่อนสาวจะทำแบบนี้ไปทำไมถามบ้างอย่างเอือมระอา
“เขาอาจมีเหตุผล มีภารกิจ หรือมีอะไรที่สำคัญสักอย่างทำให้ต้องไป อันนั้นเข้าใจ แต่เขาควรบอกเหตุผลฉันสิ นี่เขาไม่บอก เขาขอหย่าเลย แล้วสื่อว่าให้ฉันรอ...แกไม่คิดว่าเขามองฉันเป็นของตายเหรอ รักมั้ยก็ไม่เคยพูด แล้วจะมาให้รอ เหอะ มันไม่ง่ายหรอก ฉันไม่ใช่ของตาย ฉันมีหัวใจ”
คริษฐาตอบกลับตามความคิดของตัวเองก่อนจะชี้หน้าห้ามปวินที่อ้าปากจะพูดต่อ “หยุดเลยปราน แกไม่ต้องเข้าข้างเฮียคีย์ของแก ถ้าคราวนี้จะกลับมาเริ่มต้นใหม่กัน ฉันต้องกำราบเฮียคีย์ของแกให้อยู่หมัด แกไม่ต้องมาเปลี่ยนความคิดฉัน ถ้าฉันไม่ให้บทเรียนเขาซะบ้าง กลับมาเริ่มกันใหม่ฉันก็เสียเปรียบอีกสิ”
ปวินฟังจนจบก็พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ “เออ จะทำอะไรแล้วแต่แกเลยคุณนาย แต่ก็อย่าเยอะเกินไป ฝากไว้แค่นี้”
“ช่างไอ้ปรานมันเถอะแก แต่ฉันเชียร์แกเต็มที่ เฮียคีย์ทำไม่ถูกที่อยู่ดีๆ ก็ขอหย่าแบบนี้ มันต้องสอนให้สำนึก”
“ใช่แล้วชะนี ฉันก็จะช่วย” กรินยกรและจีรชาที่เห็นด้วยกับความคิดของคริษฐาพากันสนับสนุน ก่อนที่จะช่วยคิดวิธีทำให้ข่าวคราวเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวเองของคริษฐาไปถึงหูคีรินทร์
ขณะที่ปวินที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของคีรินทร์ได้แต่นั่งถอนหายใจกับความคิดของเพื่อนสาว...ดูท่าไอ้ที่คีรินทร์คิดจะผิดไปโขเลยละ
‘งานหนักแล้วละเฮียคีย์’
สัปดาห์ต่อมา
เพราะความช่วยเหลือของปวิน และผลงานซึ่งเป็นที่ประจักษ์จากการควบคุมและจัดการคนงานในไซต์งานได้อยู่หมัดทั้งที่เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คริษฐาจึงได้เซ็นสัญญากับบริษัทอีกครั้ง
ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อยืดกางเกงยีนดูคล่องตัวก้าวเข้ามาภายในบริษัท NTK Interior Architect ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานด้วยใบหน้ามุ่งมั่น
บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทก่อสร้างครบวงจร ไม่ว่าจะบ้าน คอนโดมิเนียม หรือสถาปัตยกรรมต่างๆ ภายในบริษัทมีทั้งสถาปนิก มัณฑนากร วิศวกร และทีมงานก่อสร้าง โครงการในความรับผิดชอบของบริษัทมีทั้งในและนอกประเทศ จึงเป็นบริษัทออกแบบและก่อสร้างซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้าง คริษฐานึกย้อนถึงความจริงข้อนี้แล้วก็อดภูมิใจไม่ได้
ในที่สุดก็ได้กลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งทั้งที่ไม่เคยวาดฝันว่าจะได้กลับมา...จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไรล่ะ
…
สองวันก่อน
‘ที่นี่มีสถาปนิกมากมาย ไม่ขาดแคลน...’ หลังจากที่เงียบมานานนริศหรือบอสนิคของทุกคนในบริษัทก็เอ่ยขึ้น
ประโยคนั้นของนริศทำเอาคนฟังใจแป้วไม่น้อย ไม่ต่างจาก ปวินที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อนสาว ทว่าเพียงไม่กี่นาทีทั้งคู่ก็ต้องอุทานด้วยความตกใจกับคำพูดต่อจากนั้นของนริศ
‘เราไม่ขาดแคลนสถาปนิกฝีมือดี แต่สถาปนิกหญิงที่มีประสบการณ์และสามารถจัดการกับปัญหาของพวกผู้ชายในไซต์ได้อย่างเคทเรามีน้อยมาก ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง’
‘เฮ้ย...พี่นิคพูดจริงนะ’
‘ก็จริงน่ะสิ พวกนายเล่นไปสร้างผลงานกันไว้แล้วแบบนี้พี่จะไม่รับได้ยังไงล่ะ’ นริศชี้แจงก่อนจะส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทของน้องชายภรรยา
ไม่รู้จะพูดว่าปวินเตรียมการมาดี หรือเพราะคุณสมบัติและนิสัยใจคอของคริษฐากันแน่ที่ทำให้เขายอมรับ แต่จากรายงานการทำงานของคริษฐาที่ปวินพามาช่วยงานที่ไซต์งานก็ทำให้เขารู้สึกได้ว่าคริษฐาเหมาะกับการเป็นสถาปนิกของบริษัทนี้ ในอดีตก็เสียดายออกขนาดนั้น ตอนนี้จะไม่รับเข้าทำงานอีกได้ยังไงกัน
คริษฐายิ้มอย่างยินดี เธอไม่คิดเลยว่าการที่เธอจัดการกำราบคนงานที่คิดจะมาคุกคามเธอจะทำให้เธอได้กลับมาทำงานที่บริษัทนี้อีกครั้ง
‘ความจริงแค่เห็นเราที่ไซต์งานวันแรกพี่ก็จะรับแล้วนะ เพราะพี่เห็นพวกเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน พี่รู้ถึงความสามารถและศักยภาพของพวกเธอ แต่พี่กำลังจะเปลี่ยนมือให้น้องชายมาบริหาร การจะรับใครเข้ามาพี่ต้องหาเหตุผลก่อน ไม่อย่างนั้นเขาจะหาว่าพี่รับเด็กเส้นเข้ามา พี่ก็เลยให้ลองทำงานก่อนเป็นอาทิตย์ไง’
‘พี่นิคไม่โกรธเหรอคะ ที่ครั้งก่อนเคทเลือกลาออก’
‘ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง เหตุผลของเคทก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี พี่เห็นด้วยด้วยซ้ำกับการตัดสินใจครั้งนั้นของเคท แต่รอบนี้น่ะ ไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้น อย่าลาออกจนกว่าจะหมดสัญญานะ มีหลายโครงการเลยที่พี่คิดว่าเหมาะกับสไตล์ของเธอ’
‘ค่ะ เคทจะไม่ลาออก จะตั้งใจทำงานค่ะบอส’ หญิงสาวรับคำก่อนจะอมยิ้ม ในที่สุดเธอก็มีงานทำและได้ทำงานตามที่เคยวาดฝันมาแล้ว...สุขใดเล่าจะเท่าได้ทำในสิ่งที่ชอบ
‘พี่เชื่อว่าเรื่องงานเคทจัดการได้ดี ส่วนเรื่องเพื่อนร่วมงานพี่ก็หวังว่าเคทจะจัดการได้ดีเช่นกันนะ’
‘ทำไมล่ะคะ’
‘ก็เพื่อนเราเขาเสน่ห์แรง สาวๆ ติดตรึม วันนี้เราเข้ามากับปราน เดี๋ยวต้องมีคนที่คิดว่าเราเป็นกิ๊กเป็นกั๊กกับปราน...พี่หวังว่าเคทจะจัดการได้นะ’ จบคำพูดนริศก็เลี่ยงไปคุยโทรศัพท์
ปวินยิ้มแหยส่งให้ เพียงแค่นั้นคริษฐาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร
...ไอ้เพื่อนบ้านี่ ที่เสนอตัวช่วยให้เธอได้งานและให้เธอไปช่วยงานก็เพื่อสร้างข่าวลือให้เธอเป็นตัวหลอกรับหน้าสาวๆ แทนแฟนตัวจริงนี่เอง
